• MarGetting

5 Marketing Trend in 2018

การตลาดในปี 2018 คุณจะได้เห็นความสนุก แปลกใหม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเป็นปีที่โลกดิจิทัล เทคโนโลยี จะเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้นกว่าเดิม สังเกตุได้จาก ยอดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาจากสื่อโทรทัศน์ที่ลดลง ยิ่งสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ต้องพูดเลย หนังสือปิดตัวกันไปหลายหัวแล้ว ทำให้นักการตลาดหันเข้ามาทุ่มโฆษณากับสื่อออนไลน์กันมากขึ้น แต่ทุกอย่างก็ต้องหาจุดเชื่อมโยงกันให้ได้ระหว่าง ออนไลน์และออฟไลน์ (O to O) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้า ที่จะสามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ , จึงมาวิเคราะห์เทรนด์การตลาดในปี 2018 ว่ามีรูปแบบและกลยุทธ์การตลาดอะไรบ้าง ที่จะได้รับความนิยม >

☑ Micro Influencer

เนื่องจากการตลาดสมัยนี้ #Influencer (ผู้มีอิทธิพล) ที่ได้รับความนิยมให้มารีวิวสินค้ากันเยอะมากๆ ประกอบกับการมี Influencer ในวงการต่างๆของปัจจุบัน ก็มีจำนวนเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ และนิสัยส่วนใหญ่ของตัว Influencer ทั่วไปก็มักจะอวยแบรนด์เป็นปกติ ทำให้ขาดความเป็นกลาง ซึ่งผู้บริโภคสมัยนี้เขารู้อยู่แล้ว ทำให้ตัว Influencer ที่ไม่มีความชัดเจน เริ่มขาดความน่าเชื่อถือ นี้จึงเป็นประเด็นที่ทำให้นักการตลาดต้องคัดเลือกพิจารณา Influencer ให้ลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลุ่มที่นักการตลาดเริ่มมาให้ความสนใจ คือระดับ #Micro Influencer หรือผู้ที่มีอิทธิพลในกลุ่มเล็กๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เจาะลึกมากขึ้น ซึ่งตัว Micro Influencer อาจจะมีคนติดตามเขาแค่หลักพันหลักหมื่นคน แต่เวลาคนๆนี้พูดอะไร ทุกคนในกลุ่มจะมีความเชื่อถือเขาสูงมาก ปีหน้าเราอาจจะเห็น Micro Influencer ใหม่ๆ เกิดขึ้นในหลายๆวงการแน่นอน ...

☑ Finding Other Platform

ปัจจุบันต้องยอมรับว่า #Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานเยอะที่สุด และการตลาดก็ย่อมมาตามผู้บริโภค เพื่อให้เข้าถึงได้มากที่สุด แต่เมื่อผู้ขายเข้ามาเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้ใช้งานหรือผู้ซื้อ มีจำนวนจำกัด ทำให้ Facebook มีอัตราการปรับลดการมองเห็น (Reach) ของเพจให้น้อยลง โดยปัจจุบันการเห็นฟีดจากเพจ มีแค่ 5-10 % ของผู้ติดตาม เช่น เพจที่มีคนติดตามหรือเพจหลัก 10,000 Like ก็จะมีคนเห็นโพสของเพจนั้นแค่ 500-1,000 คนเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาอีก ทำให้เพจจะต้องจ่ายเงินลงโฆษณาตลอดๆ เพื่อให้ทุกคนเห็นโพส) และในอนาคตยอด Reach ยิ่งลดลงเรื่อยๆแน่นอน และประกอบกับผู้บริโภคสมัยใหม่ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ หันไปเล่นแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Instragram Youtube Snapchat Pinterest การตลาดเราจึงควรที่จะหาช่องทางใหม่ๆเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งถ้าเริ่มได้ก่อนก็เป็นข้อดี เพราะเมื่อเปรียบเทียบยอด Reach ใน #Instagram พบว่ายังมีการมองเห็นมากกว่าเฟสบุ๊คอย่างมาก อยู่ที 30-40 % คือ ถ้าแบรนด์มีคน Follow 10,000 เวลาลงรูป ก็จะมีคนเห็นเกือบ 4,000 คน โดยที่ไม่ต้องจ่ายตังค่าโปรโมทโฆษณาเลยนะคร๊าบ ...


☑ Lifestyle Marketing

จากพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่มีการใช้ชีวิตที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก เช่น บางคนชอบออกกำลังกายเล่นกีฬา ชอบท่องเที่ยว ชอบงานศิลปะ ชอบแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ ฯ ทำให้สินค้าหรือบริการที่ทำมาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคด้าน #Lifestyle กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ทำให้เป็นโอกาสทางการตลาดที่จะเลือกจับกลุ่มผู้บริโภคด้านรูปแบบการใช้ชีวิตต่างๆ จากกลยุทธ์ Lifestyle Marketing เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ มีแนวคิดว่า Work Hard, Play Hard และยอมจ่ายไม่อั้นในสิ่งที่จะมาเติมเต็มรูปแบบการใช้ชีวิตของเขาได้ ...


☑ #Niche Products > #Niche Market 

เนื่องจากผู้บริโภคสมัยใหม่มีนิสัย ชอบความแตกต่างและไม่เหมือนใคร ถ้าสินค้าที่เขาซื้อ ถูกทำมาเพื่อเฉพาะเขาคนเดียว ยิ่งมีความต้องการสูงมาก ซึ่งในอนาคตจะเริ่มเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น รองเท้ากีฬา ที่สามารถสั่งตัดได้ตามรูปแบบเท้าของเราได้ หรือแม้แต่ แชมพูสระผม ที่ผมคิดว่าต้องทำเป็น Mass Products อย่างเดียว , ยังเคยเจอแบรนด์นึง ที่สามารถสั่งทำเฉพาะและปรับสูตรสมุนไพร ให้เหมาะกับประเภทเส้นผมและแก้ปัญหาของผมลูกค้าแต่ละคนได้เลย นี่จึงทำให้เป็นโอกาสที่สินค้าและบริการ ที่ถูกสร้างมาเพื่อเฉพาะกลุ่มหรือเจาะจงผู้บริโภค มีโอกาสเติบโตมากขึ้น และเมื่อเป็นสินค้าที่ถูกสร้างมาเฉพาะกลุ่ม การตลาดก็ต้องสอดคล้อง โดยการเลือกเจาะกลุ่มผู้บริโภคด้วยเช่นกัน ...


☑ No > #Brand Loyalty  /  Yes > #CEM

ต้องยอมรับว่า “ความภักดีต่อแบรนด์” ของผู้บริโภคสมัยใหม่ ไม่มีอีกแล้ว ซึ่งผู้บริโภคสมัยใหม่ สามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ในเวลาพริบตา ถ้าเกิดแบรนด์ใดตอบสนองความต้องการในช่วงเวลานั้นให้กับเขาได้ดีกว่า ซึ่งสิ่งที่นักการตลาดควรจะให้ความสำคัญมากกว่าการวัด Brand Loyalty คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าหรือการทำ Customer Exprerience Management (CEM) เพราะเมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์ ถึงแม้ว่าจะมีแบรนด์สินค้าที่เหมือนกันในท้องตลาด ที่ราคาถูกกว่า เขาก็จะมีโอกาสเปลี่ยนแบรนด์น้อยลง เพราะประสบการณ์ที่ดี ที่เขาได้รับ มันเป็นคุณค่าทางจิตใจ ที่ดีกว่า และไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับมูลค่า ของราคาสินค้า นั้นเอง ... 

Also Sponsored In

© 2020 MarGetting. Proudly created by MarGetter