• MarGetting

CSR เพื่อความยั่งยืนของแบรนด์และองค์กร


จากหลักการตลาดแล้ว CSR คือ ขั้นตอนสุดท้าย ของการสร้างแบรนด์ การที่แบรนด์จะแข็งแกร่งและยั่งยืนได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการทำ CSR จึงเห็นได้ว่าบริษัทใหญ่ๆ เขานิยมทำ CSR ก็เพราะว่า มันคือการสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้กับแบรนด์หรือองค์กรของเขาให้ดูดีไง แต่จะบอกว่า SME ก็สามารถทำ CSR ได้นะ แต่ไม่จำเป็นต้องทำโปรเจคใหญ่เวอร์วังตามบริษัทใหญ่ แต่ควรทำในแบบที่เราทำได้ก่อน มาดูกันซิว่า CSR มีระดับอะไรบ้าง

☑ CSRย่อมาจากคำว่า Corporate Social Responsibility หมายถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร อาจเกิดได้จากกิจกรรมทั้งภายในและ/หรือภายนอกองค์กร ที่จะนำพาไปสู่*ความยั่งยืน

ระดับของ #CSR ☑ ขั้นต้น Mandatory Level (ข้อกำหนดตามกฎหมาย) คือ การที่ธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฎิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทได้ปฎิบัติตาม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค, กฎหมายเเรงงาน, การจ่ายภาษีถูกต้อง ...

☑ ขั้นที่สอง Elementary Level (ข้อกำหนดทางธุรกิจ) คือ การที่ธุรกิจคำนึงถึงความสามารถในการอยู่รอดได้และให้ผลตอบเเทนแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งการประกอบธุรกิจนั้นต้องไม่ได้เกิดจากการเบียดเบียนสังคม   เช่น การไม่ไปตั้งโรงงานในพื้นป่า การไม่ทิ้งน้ำเสียจากโรงงานลงแม่น้ำ การไม่ปล่อยควันหรือสารเคมีไปแหล่งชุมชน ... (เป็นการรับผิดชอบต่อสังคมภายในองค์กร)

☑ ขั้นที่สาม Preemptive Level (ทางจรรยาบรรณ) คือ การที่ธุรกิจสามารถสร้างผลกำไรและนำผลกำไรเพื่อให้ประโยชน์ตอบแทนเเก่สังคมมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมที่อยู่รอบข้างที่มีความคาดหวังว่าจะได้รับการดูเเล (เริ่มเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ภายนอกองค์กร) เช่น การแจกผ้าห่มกันหนาวของบริษัท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหอะๆ ขายเครื่องดื่มมอมเมา แต่ก็ยังมีส่วนช่วยเหลือสังคม ก็ยังดิ๊ ) หรือการปลูกป่าและสร้างศูนย์การเรียนรู้ให้ชาวบ้านของ SCG

☑ ขั้นสุดท้าย Voluntary Level (ทางความสมัครใจ) คือ การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความสมัครใจไม่ได้ถูกเรียกร้องจากสังคม และประกอบธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของการมุ่งประโยชน์ของสังคมเป็นสำคัญ มากกว่าผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น  เช่น กาแฟดอยช้าง ที่ได้นำผลกำไรจากการทำธุรกิจ มาช่วยเหลือชาวเขา และการสร้างอาชีพให้ชาวดอยมาปลูกไร่กาแฟแทนการทำไร่ฝิ่น (หนับหนุนๆ กาแฟก็อร่อย Arabica 100%)

*แต่บางตำราก็แบ่ง CSR เป็น 5 ระดับ แต่ก็แค่ปรับอัตราส่วนกำไร ที่ตอบแทนผู้ถือหุ้นให้น้อยลง และแบ่งเป็นการช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น ซึ่ง CSR ควรทำไปที่ละขั้น sme อาจจะเริ่มต้นแค่ขั้นที่ 1-2 ก่อน และถ้ากิจการโตขึ้นค่อยทำขั้นที่ 3-4 ต่อ เพราะการทำ CSR จะต้องแบ่งเงินจากผลกำไรของการประกอบธุรกิจมาทำ ไม่ควรใช่งบการตลาด (มันคนละส่วนนะ)

สุดท้าย CSR ควรจะทำควบคู่กับ PR ประชาสัมพันธ์ < (อันนี้งบการตลาด) เพราะถ้าทำ CSR แล้วไม่ประชาสัมพันธ์ หรือไม่บอกให้คนอื่นรู้ว่าเราช่วยเหลือสังคมอย่างไร ก็เท่ากับว่า ปิดทองหลังพระ (ทำธุรกิจนะ ไม่ได้ทำบุญ ต้องบอกให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรู้ครับผม) เพราะจุดประสงค์ คือ ต้องการสร้างความยั่งยืนให้แก่แบรนด์

Also Sponsored In

© 2020 MarGetting. Proudly created by MarGetter