• MarGetting

เปรียบเทียบคำศัพท์ทางการตลาดของ Facebook กับช่องทาง Offline (Ep.2)

จากโพสก่อน ที่ได้รู้จักคำว่า Reach และ Impresssion จากตัวเลขที่ Facebook วัดผลให้เรา ด้วยโพสที่ทำโฆษณาไปแล้ว , คราวนี้ เราจะมาเปรียบเทียบ สิ่งที่ #Facebook บอกเรา จากการโพสปกติ กับช่องทาง #Offline (หน้าร้าน) ว่ามันสามารถวัดผลในทางการตลาดเหมือนกันได้อย่างไร ... มาร์ดูกัน


ซึ่งจากโพสปกติ สิ่งที่ Facebook จะบอกเรา คือ People Reached กับ Engagemnets


📌 #Reach (จำนวนคนที่เห็นโพส)


คือ คำเดียวกัน และนับจำนวนคนที่เห็นโพสเหมือนกันกับโพสที่ทำโฆษณา

แต่ยอด Reach อันนี้ มีนัยยะที่ลึกซึ้งกว่า ...

มันต่างกันอย่างไร ???


ต่างกัน คือ ยอด Reach ที่ได้จากการโพสที่ทำโฆษณา เปรียบเหมือน การเริ่มทำ Targeting (หรือกำลังทำ) แต่ Reach(ed) ที่ได้จากโพสปกติ คือ การทำ Targeting (เรียบร้อยแล้ว)


“ ยกตัวอย่าง ”

ยอด Reach จากโพสโฆษณาที่ได้ คือ คนที่เห็นโพสก็จริง แต่จะมีบางคนที่ไม่ได้สนใจเนื้อหาของเราก็ได้ แล้วก็เลื่อนผ่าน (อาจเป็นเพราะเราสร้างกลุ่มเป้าหมายผิด หรือกำหนด Segmentation ผิด)

แต่ว่ายอด Reach ที่ได้จากโพสปกติ คนที่จะเห็นได้นั้น เขาจะต้องมีความสนใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา หรือเพจเรา แน่นอน เขาถึงจะเห็นโพสปกติของเรา ทำให้บอกได้ว่า ยอด Reach นี้ คือ กลุ่มเป้าหมาย ที่ถูกทำ Targetting แล้ว


ดังนั้น สำหรับช่องทาง Offline ผมจึงเปรียบเทียบ เหมือนกับการสร้าง Awareness คือ การรับรู้ ที่สร้างให้กับผู้ที่กำลังสนใจร้านค้าเรา


เช่น กลุ่มคนพวกนี้ เมื่อเดินผ่านหน้าร้านค้าเรา เขาจะเห็นมามองว่า ร้านมีสินค้าใหม่ไหม มีโปรโมชั่นไหม ? หรือมีการจดจำร้านค้าเราได้ในความทรงจำ รับรู้ได้แล้ว


ในทางกลับกัน ยอด Reach ที่ได้จากการทำโฆษณา คือ ก็จะมีกลุ่มคนบางพวก ที่เขาเดินผ่านร้านค้าเราไปเฉยๆ โดยไม่หันมามอง เหมือนเราก็เคยเลื่อนโพสโฆษณาให้ผ่านๆไป ...


เห็นไม่ว่า Reach คำเดียวกัน แต่ถ้าใช้คนละเหตุการณ์ ก็จะแปรผลได้ไม่เหมือนกัน ซึ่งไว้เดี๋ยวแอดจะมาเจาะลึกเรื่อง Reach ให้อีกที เพราะมันรายละเอียดอีกเยอะ ...

📌 #Engagement (จำนวนครั้งของการมีส่วนรวม)


จำนวนการมีส่วนรวม สามารถนับยอดได้จาก 2 แหล่งรวมกัน คือ - 1. จากการดูโพส ผ่านการคลิกดูรูปภาพ วิดีโอ คลิกลิงค์ url ที่เขียนในโพส หรือกดอ่านเพิ่มเติม - 2. จากการกด Like , Comment , Share


โดย User 1 คน อาจมีการคลิกดูโพส + กดไลค์ + กดแชร์ ก็นับเป็น 3 ครั้งของการมีส่วนรวม (สามารถนับซ้ำได้)


การมี Engagement หรือมีส่วนรวมกับโพส ในทางหลักการตลาด ก็เปรียบเหมือน การที่ร้านค้าเรามีสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้แล้ว เรียกว่า Touch Point ...


โดย Like เปรียบเสมือน สิ่งที่ร้านค้าดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมาย ที่ผ่านการทำ Targeting ไว้แล้ว หันมามอง และเดินเข้ามาในร้าน ...


Comment เปรียบเสมือน การต่อตอบ พูดคุย สอบถามถึงสินค้า และเกิด Action ต่อมา เช่น เกิดการซื้อสินค้า หรือการสอบถามเพื่อเปรียบเทียบ ประเมินสินค้าก่อน ...


Share เปรียบเสมือน การบอกต่อสินค้า ร้านค้า เช่น ถ้าเราเคยไปกินอาหารร้านนึงแล้วอร่อย เราก็จะถ่ายรูปลงโซเชียล หรือแนะนำแบบปากต่อปาก ให้คนใกล้ชิดเราได้รู้ ...

ที่ต้องรู้ก็คือ ?


หลักการตลาดทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ มันจะเป็นรูปแบบ Funnel (กรวย 🔽 หรือพีรามิดคว่ำ)

ซึ่งถ้า จุดล่างสุด คือ การซื้อและการบอกต่อ


สิ่งที่เราต้องทำอย่างแรก คือ ต้องเพิ่มฐาน Reach หรือ Traffic ให้มีขนาดความกว้างก่อน (โดยกว้างให้เหมาะสมกับธุรกิจเรา) > ต่อมา คือ ทำการคัดคน โดยผ่านการทำ Targetting ก็ได้จะเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่มีขนาดเล็กลง แต่ชัดเจนกับเรามากขึ้น > จากนั้น เราถึงจะไปต่อยอด สร้างจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มคนพวกนี้ เพื่อให้ได้ Engagement ต่างๆ ตามมา ...


สุดท้าย : สมัยนี้จะทำโฆษณาแบบแมส หรือทำการตลาดแบบหว่าน มันไม่มีประโยชน์เสียแล้ว ... เพราะในโลกออนไลน์ มันมีข้อมูลที่มีคุณภาพและบ่งบอกถึงตัวตนได้ชัดเจนอยู่แล้ว นี้จึงเป็นข้อดี ที่ธุรกิจเล็กๆ สามารถทำการตลาด ด้วยงบประมาณเพียงเล็กน้อย แต่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างมาก นั่นเอง ...

Also Sponsored In

© 2020 MarGetting. Proudly created by MarGetter